วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เจ้าแผ่นดิน บทสาม : พระมหากรุณาธิคุณ





แก้กฎหมาย อภัยโทษ หมดทุกอย่าง    
โดยแอบอ้าง นักโทษอื่น สองหมื่นกว่า
บีบบังคับ ระคายเคือง เบื้องบาทา          
 ทุจริตยาเสพติด ผิดตัดตอน

นักโทษ ไม่ต้องโทษ ขอโปรดสัตว์       
 ประจักษ์ชัด ไม่รู้สึก สำนึกก่อน
มันเป็นใคร ถึงโอหัง ไม่สังวรณ์             
  ท้าทายปรมาภิไธย ในแผ่นดิน

เป็นวาระ พสกนิกรทั้งหลาย                    
 ผ่านกฎหมาย ป่าเถื่อน เหมือนหมดสิ้น
พระมหากรุณา ต้องราคิน                        
 ล้างมลทิน ทรราชย์ รุกฆาตไทย

เจ้าแผ่นดิน บทสอง : ปราบหรือปล่อย ชี้ชะตา ประชาชน








ต้องลงทัณฑ์ นักโทษ ก่อนโปรดสัตว์      
  นิติทาส ทำวิบัติ จัดยกร่าง
บ่อนทำลาย นิติธรรม แทรกอำพราง            
 คุกตะราง แต่นี้ไป ให้ทุบทิ้ง

คิดคด ร่างกฎหมาย ให้ผลโภชน์       
  นักโทษ คนหนีคุก ครบทุกสิ่ง
ทุจริต ยาเสพติด ตัดตอนจริง                
  เอาแอบอิง อภัยโทษ อย่างโหดร้าย

รัฐบาล ลับล่อ ฉ้อบังราษฎร์                   
 สิบังอาจ แส่เสือก ให้เลือกฝ่าย
ระคายเคือง เบิ้องบาท อุบาทก์อุบาย    
 เสี้ยมเขาควาย เลือดนอง เต็มท้องช้าง 

เห็นทมิฬ หินชาติ ฟาดทุกเรื่อง              
ทั้งเผาเมือง น้ำท่วมทั่ว เป็นตัวอย่าง
รัฐไทยใหม่ บรรเลง ลอยเคว้งคว้าง     
 เท้าเหยียบย่าง สองแคมเรือ หรือหลือรอย



แผ่นดินเย็น เป็นร้อน ทุกหย่อมย่าน     
  เหล่าผีบุญ เพ่นพ่าน สันดานถ่อย
 ผีโม่แป้ง แย่งขย้ำ น้ำลายย้อย
  ปราบหรือปล่อย ชี้ชะตา ประชาชน 
                                                                                                            

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เจ้าแผ่นดิน ปฐมบท : อภัยโทษ หรือ ลงทัณฑ์










เร่าร้อนรน จิตหลอน  ภาพย้อนหลัง
น้ำท่วมเห็น เป็นรถถัง นั่งยิ้มย่อง
นิติรัฐ นิติธรรม ตรวนจำจอง
แผ่นดินต้อง หนักอึ้ง ถึงเสื่อมทรุด

แก้กฎหมาย อภัยโทษ เปลื้องปลดสัตว์
คือประหัต ศาลเสาหลัก หักดิบสุด
ระคายเคือง เบื้องบาท เป็นศาสตร์ยุทธ์
ยั้งไม่หยุด ต้องสยบ จบแผ่นดิน


เจ้าก็หนึ่ง นักสู้ เจ้าอยู่หัว
เลือดชมพู ท่วมตัว หัวใจหิน
ปล่อยนักโทษ หนีคุก รุกภูมินทร์
อัปยศ รัตนโกสินทร์ สิ้นคนดี

เจ้าก็หนึ่ง นิติทาส ผู้บัดซบ
ระยำ ซ้ำสมทบ ครบเต็มที่
นิติสัตว์ ตระบัดสัตย์ แปลงศาสตร์พลี
เสนาบดี อัปลักษณ์ หนักแผ่นดิน






























วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มหากาพย์แห่งน้ำ บทสุดท้าย : ลักไก่อภัยโทษโปรดสัตว์เมือง







ธรรมชาติ พิโรธ ลงโทษมนุษย์
บันดาลน้ำ บริสุทธิ์ ผุดเน่าเหม็น
เคยอบอุ่น คุณธรรม น้ำหนุนเย็น
กลับยากเข็ญ เพื่อสำเหนียก เมื่อเปียกปอน

 
เลิกร้องขอ ขอโทษ เลิกโกรธขึ้ง
อำนาจดึง ลากรัฐ วิบัติก่อน
เศรษฐกิจ สังคม ล่มนาคร 
ราษฎร คับแค้น ทั้งแผ่นดิน


ไม่เคยเห็น ได้เห็น เช่นวันนี้
ปฐพี เปลี่ยนแปร กระแสสินธุ์
ข้าวเริ่มยาก หมากแพง แย่งหากิน
คนสูญสิ้น เสียขวัญ ฝันคั่งค้าง


น้ำสี่แคว แผ่ขยาย ยึดเมืองหลวง
ล้างฉิบหาย วายป่วง เป็นตัวอย่าง
มลพิษ ทุพภิกขภัย ไหลล้างบาง
อุทกโจร แจวเรือจ้าง ปล้นกลางกรุง


นี่คือรัฐ ล้มเหลว เลวหมดจด
 ขายล่วงหน้า อนาคต คิดคดถลุง
 ทางน้ำไหล ราชดำริ มิผดุง
ลักไก่มุ่ง อภัยโทษ โปรดสัตว์เมือง


แลริบหรี่ กลียุค ทุกหย่อมหญ้า
ขุนอาสา เสนาถ่อย คอยสร้างเรื่อง
ผีโม่แป้ง เร่งทำ เลิกชำเลือง
ฟื้นฟูเฟื่อง ยุทธศาสตร์ ฟาดเมืองไทย






















วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มหากาพย์แห่งน้ำ บทห้า : ร่วมทุกข์ร่วมฝ่าฟัน






วิกฤต มหาวิบัติ
                   เหตุปล่อยสัตว์ สู่สภา
นรก ตกตามมา 
                เห็นเต็มตา ตอกตำใจ

น้ำปิง วัง  ยม น่าน            พรั่งพรูผ่าน ย่านกรุงไกร
ทุ่งท่า ก็บ่าไหล               ท่วมทุกที่ ไม่รีรอ

การเมือง เรื่องประโยชน์   เพื่อผลโภชน์ โคตรเหล่ากอ
น้ำท่วม น้ำลายสอ             ง้างงาบต่อ รอน้ำลด


กรุงเทพ ฯ  แทบถึงฆาต
ผุดยุทธศาสตร์ อนาคต
วิกฤต แก้แพ้หมด
จะคิดคด ฟื้นฟูใคร

น้ำตา มิทันเหือด
              สั่งเฉือนเชือด สูบเลือดไทย
อุบัติ รัฐไทย ใหม่ 
ทางน้ำไหล ให้พังภินท์          

บ้านเมือง ต้องเสื่อมทรุด  
แม้นมิหยุด การเมืองสิ้น
รื้อทุน ที่มลทิน
             ทวงผืนดิน ได้เวณคืน

ท่วมทุกข์ ถึงเห็นธรรม               เห็นริยำ ทำขมขื่น
เช็ดตา พร่าเปียกชื้น        เห็นลึกตื้น พวกหื่นโหย

ไทยทุกข์ ใครทุกข์ด้วย    ทนเจ็บป่วย ด้วยทุกข์โบย
ไม่โกรธ ไม่โอดโอย      โดยอ้าแขน แอ่นอกรับ

ปราชญ์น้ำ ได้ดำรัส
               ประจักษ์ชัด จัดเสร็จสรรพ
ขืนคอย คงย่อยยับ
        กับสถุล ทุนการเมือง






บ้านเมืองต้องสิ้นสุด ถ้าไม่หยุด นักการเมือง







ฉิบหาย หายนะ สิ้น
ทั้งทรัพย์สิน ถิ่นอาศัย
ชีวิต และ นาไร่
พินาศไป กับสายน้ำ

ทุกข์น้อย เท่า ทุกข์มาก
วิบัติวิบาก ทั้งสูงต่ำ
ธรรมชาติ อาจก่อกรรม
โดยระยำ นักการเมือง

ประโยชน์ และ โภชน์ผล
ต้นเหตุแห่ง น้ำนองเนือง
กักน้ำ ไม่เป็นเรื่อง
และ กีดขวาง ทางน้ำไหล

สุวรรณภูมิ ที่ลุ่มต่ำ
จงใจทำ กินคำใใหญ่
แผ่นดิน เวณคืนไว้
เจ้าก็ใช้ ให้พวกพ้อง

น้ำเหนือ เมื่อไหลหลาก
หมู่บ้านขวาก ขวางคูคลอง
ทางน้ำ ทำเลทอง
จึงขัดข้อง ล่องทะเล

ปล่อยน้ำ ต้องจำขัง
คงคาคั่ง ค้างหักเห
นายก ก็จบเห่
หยุดโยเย นะเด็กน้อย






วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มหากาพย์แห่งน้ำ บทสาม : กรุงเทพ ฯ ยังมีหวัง






กรุงเทพ ฯยัง มีหวัง หากยั้งคิด
ไม่ใช่ นักธุรกิจ มาคิดแก้
นักการเมือง ถอยไป ใช่พ่ายแพ้
คงเหลือแต่ ปราชญ์แห่งน้ำ วิศวกรรมกร

กรุงเทพ ฯ นาทีนี้ มีความหมาย
ช้าอาจสาย เกินแก้ แม้ครึ่งค่อน
ชีวิตไม่ ได้เป็น เช่นละคร
ไว้คอยตอน น้ำลด เล่นบทเดิม

ระดับทะเล สูงต่ำ ตัวกำหนด
มวลน้ำบ่า ปรากฎ ลดหรือเพิ่ม
เลือกวิธี บริหาร จัดการเติม
ผู้นำเสริม เบ็ดเสร็จ เผด็จชล

กรุงเทพ ฯ ถ้าเอาอยู่ กู้วิกฤต
ปราชญ์ประสิทธิ์ วิศว ฯ ประศาสน์ผล 
จิตสาธารณะ สูงสุด มนุษยชน
คือช่วยคน พ้นทุกข์ ทุกชนชั้น

ผู้นำเดิน ข้ามอดีต คิดแก้ใหม่
อย่าปล่อยชาติ บรรลัย ไปเเต็มขั้น
กรุงเทพ มหานคร ของใครกัน
มหาชน แห่งทรงธรรม์ ทั้งแผ่นดิน

ทหารหาญ แกล้วกล้า ภารกิจ
วีรกรรม จะสถิต นิจสิน
ปราชญ์แห่งน้ำ วิศว ฯ ระบือระบิล
พลเมืองยินดีช่วย ร่วมอวยชัย



วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มหากาพย์แห่งน้ำ บทสี่ : หายนะสมดุล









นายก ตลกหญิง ยิ่งฟุ้งซ่าน 
บริหาร จัดการน้ำ ทำปี้ป่น
นักการเมือง ธุรกิจ งานผิดคน
ไม่เชื่อ ปราชญ์แห่งชล ยากพ้นภัย 

แสดงตัว ตลกฝืด ยืดบทบาท
เมื่อผิดพลาด ไม่ยอมแพ้ เพื่อแก้ไข
วันนี้พูด พรุ่งนี้เพี้ยน เปลี่ยนวนไป
   น่าสังเวช ประเทศไทย อะไรกัน

เรือดันน้ำ ลงดำน้ำ ลิงขำกลิ้ง
แพรกแฝกยิ่ง แตกต่าง เอาขวางคั่น
ยิ่งแก้ ยิ่งย่ำแย่ แหลรายวัน 
น้ำท่วมพัง พนังกั้น กรุงบรรลัย

น้ำก้อนใหญ่ คือน้ำ ธรรมชาติ
ย่อมไหลลาด ลงต่ำ ตามร่องไหล
เขื่อนคืออ่าง เก็บน้ำ สำรองไว้
พร่องสู่ไร่ นาแล้ง แบ่งตามเกณฑ์
ใครสั่งให้ ไม่พร่อง และ ต้องปล่อย
เพื่อคนถ่อย นาเถื่อน เหมือนรู้เห็น
เพื่อจำนำ ข้าวเปลือก เลือกรอดเร้น
บรรหาร จัดการเป็น มหันต์ภัย

คนลิขิต กล้าท้า ฟ้าลิขิต
แลกด้วย ราษฎร์วิกฤต ผิดครั้งใหญ่
น้ำท่วมก่อ น้ำครำ เกิดน้ำใจ
สร้างน้ำอด น้ำทนไว้  ใช้เรี่ยวแรง
พี่จุดไฟ น้องท่วมเมือง เรื่องบัดซบ
พร่องเท่าไร เลวไม่ลบ เอาพระแสง
ให้หอกหัก ข้างแคร่ แหย่ทิ่มแทง
คอยอีแร้ง ทึ้งซาก ลากศพไทย

ปากน้ำโพ อโยธยา น้ำบ่าลด
มันคือกฎ แห่งธาร ผ่านทางไหล
ผู้นำ นำข่าวดี นี่อะไร
 มวลน้ำ กำลังไป ทะลายกรุง
กลไกรัฐ เคลื่อนย้าย เลวร้ายแล้ว
พายเรือแจว แพวิบาก แสนยากยุ่ง
เขตจุดเสี่ยง เฝ้าระวัง นั่งตบยุง
ป้าหลานลุง ประชาชน ต้องขนย้าย
 เสียงสัญญาน อันตราย ย้ายประเทศ
ผนวกเขต ขอบเขมร เป็นสี่ฝ่าย
ปลูกข้าวปี ละสี่ครั้ง ช่างโลภร้าย 
ปล้นขุดขาย น้ำมัน ก๊าซ ฟาดอ่าวไทย

นารี ขี่ควายเผือก เสือกแพะผิด
แพะเขาทู่ สู้ขวิด ครั้งยิ่งใหญ่
ควายไล่น้ำไหลผ่าน สะพานควาย
ไทยจึงได้ หายนะ สมดุล























วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มหากาพย์แห่งน้ำ บทสอง : ไฟเย็น












ภัยน้ำท่วม ท่วมทุกข์ ทุกพื้นที่
เคยอุบัติ แต่ปี สองสี่แปดห้า
น้ำเหนือบ่า น้ำป่าเข้า เจ้าพระยา
สูญเสียนั้น น้อยกว่า ขณะนี้

ขณะที่ มือยาว สาวเอาได้
ชาวนา และ ชาวไร่ กลายเป็นผี
โม่แป้ง สังเวยกลุ่ม กฎุมพี
ตระบัดกฎ บดขยี้ อย่างเยือกเย็น

อย่าถามว่า ตัดไม้ ไปกี่ต้น
เขาหินปูน ระเบิดปล้น จนไม่เห็น
สร้างถนน โค่นป่า พญาเย็น
คอยเชือดเถือ แก่งเสือเต้น ตาเป็นมัน

อย่าตำหนิ นายหน้า ค้านาข้าว
ห้าล้านไร่ ให้ต่างด้าว ดินข้าวขวัญ
น้ำท่วมทุ่ง ทั่วไป ไม่สำคัญ
ประโยชน์แย่ง แบ่งกัน แยกกันกิน

อย่าตำหนิ รัฐบาล ปัญญาอ่อน
เขาสิย้อน ค่อนแคะ และ หยามหมิ่น
ไร้สำนึก ขาดคุณค่า จนชาชิน 
จึงคลุ้งกลิ่น น้ำเน่า เข้าสภา

วิถีแห่ง มวลน้ำ ธรรมชาติ
ใช้อำนาจ พลาดผิด วิกฤตกว่า
น้ำท่วมอย่า โทษน้ำ ธรรมดา
รอน้ำลด ตอผุดท้า ประชาชน

น้ำท่วม เทียบน้ำร้าย ใช่โจรร้าย
น้ำตาราย แสบตา แข่งฟ้าฝน
สร้างเกราะแกร่ง ทรหด ให้อดทน
รวมน้ำจิต ทุกคน ประจญภัย

โชคดี มีพ่อหลวง คอยห่วงหา
ขอเพียงอย่า ฆ่าแผ่นดิน ถิ่นอาศัย
ตะโกนถาม ตัวเอง เอ็งเป็นใคร
ส่งสำนึก สั่งหัวใจ ไม่ยอมแพ้ 












วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มหากาพย์ แห่งน้ำ มือที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก








จากไอน้ำ เป็นหยดน้ำ คือน้ำฟ้า
สร้างชีวิต ทั่วหล้า มหาศาล
สืบสายพันธุ์ สัตว์พืช ยืดยาวนาน
ดำรง ฤดูกาล ผ่านมนุษย์

ผู้อาสา ดับแล้ง ทุกแหล่งโลก
สร้างโศลก แห่งพงไพร ไม่สิ้นสุด
จากห้วยหนอง คลองคู เคยคู้คุด
สู่ทะเล ถึงสมุทร สุดขอบฟ้า










                                              ดุดันบ้าง  บางฤดู  พายุคลั่ง
                                                บางครั้ง ทะเลโหม โถมแหล่งหล้า
                                               ฝากบาดแผล พลิกแผ่นดิน รินน้ำตา
                                                เกิดวิบาก นานา สารทิศ


                                                ธรรมชาติ ทำคุณ บุญ และ บาป
                                                มนุษย์เหมือน ถูกสาป ต้องรับผิด
                                                รอรับผล แห่งกรรม ตามพ่นพิษ
                                                และ ไร้สิทธิ์ ปฏิเสธ อาเภทภัย


                                                เป็นกฎเกณฑ์ ของน้ำ สม่ำเสมอ
                                                สูงเลิศเลอ ลงต่ำ ตามร่องไหล
                                                ข้ามกำแพง โขดเขื่อน เคลื่อนครรลัย
                                                เข้าโอบแอ่ง อาศัย ไปทะเล


                                                น้ำท่วมไทย เตือนมนุษย์ ให้หยุดพัก
                                               โลกาภิวัตน์ โหมหัก น้ำหักเห
                                                อย่าปล่อยให้ จนมุม จึงทุ่มเท
                                                คนยากไร้ ซวนเซ เห่....เพลงกรรม


                                                น้ำเอ๋ย....น้ำใจ
                                               ไทยถึงไทย ไหลหลั่ง วันยังค่ำ
                                                แม้น้ำท่วม มิท่วมใจ ไหลหลากล้ำ
                                                คือบทเรียน ต้องจดจำ ด้วยน้ำตา



                                       กลางกระแส สาหัส พิบัตินี้
สายตาหนึ่ง น้ำล้นปรี่ ที่ริมท่า
ยื่นหัตถ์ออก อำนวย ช่วยประชา
ร่วมเหน็ดเหนื่อย ร่วมอ่อนล้า อย่างอาทร
                                                
                                               
                                          
                                               


วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แก่นแกนกลางใจ สู้ภ้ยน้ำ





ถึงเวลา ไล่จับ แพะรับบาป
ไม่ต้อง สารภาพ และ รับผิด
ทั้งที่น้ำ ท่วมทุกข์ ทั่วทุกทิศ
วิสัยทัศน์ วิธีคิด พ่นพิษแล้ว

คนรู้หลัก การแก้ แค่หนังสือ
คนถือ อำนาจสั่ง อย่างนกแก้ว
ปราชญ์แห่งน้ำ ในแผ่นดิน ไร้วี่แวว
เห็นทิวแถว ถุงทราย สู้ภัยน้ำ

เจ้าพระยา ยิ้มกริ่ม อยู่ริมฝั่ง
ดูพนัง ดินทราย รายสูงต่ำ
แม้เป็น ความจำเป็น ไม่เป็นธรรม
ประชาชน ตาดำดำ รับกรรมแทน

ดวงวิญญาณ ราชปิยะ ปกาศิต
บารมี  มหาบพิต สถิตแน่น
เพิ่มพละ พสกนิกร ขจรแดน
เป็นแก่นแกน กลางใจ สู้ภัยน้ำ






วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ทรพี







ทรพี ควายเถื่อนดำ
นิ่งดูน้ำ ท่วมทุ่งทั่ว
ดูคน ที่หมดตัว
มิรู้ชั่ว ช่างจัญไร

ทรพี ควายหนีคอก
เที่ยวล่อหลอก และ ขวิดใส่
เนรคุณ ชาวนาไทย
ไปไถดิน ร่วมต่างแดน

ใครหนอ สอพลอลิ้น
อัศวิน ควายดำแด่น
ทรพี นี้คั่งแค้น
จมปลักโคลน คนโค่นล้ม

หมายมุ่ง คืนทุ่งกว้าง
ขวิดทุกทาง วางท่าข่ม
หลอกควาย คือควายคม
ให้พ้นหล่ม โดยแบ่งราง

ท้องทุ่ง กลับมุ่งร้าย
ขวิดจ้าวนาย ทุกก้าวย่าง
ลืมหญ้า และ ลอมฟาง
ลืมตาค้าง นอกคอกควาย



วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กรุงเทพมหานคร ก่อนหายนะ



นายกฯว่า มวลน้ำใหญ่ ไหลไปแล้ว

แต่ไม่เห็น วี่แวว แนวทางไหล

 นวนคร นิคม จมน้ำไป

คำตอบ ชาติบรรลัย ใกล้เข้ามา


เรื่องของชาติ ไม่ใช่ อาศัยโชค

  ผู้นำ อุปโลกย์ ตกต่ำค่า

บริหาร บ้านเมือง เปลืองเวลา

โง่เขลา เบาปัญญา ประจักษ์ชัด


สถานการณ์ ฉุกเฉิน เกินวิกฤต

ไม่เห็นผิด ปกติ มหาวิบัติ

ทะยานอยาก มากล้ำ อำนาจรัฐ

โดยอ่อนหัด หายนะ ขนาดนี้


นายกฯเย่อ น้ำก้อนใหญ่ ไม่ไหวแน่

วิสัยทัศน์ อ่อนแอ แลริบหรี่

รีบหาแพะ และ รับบาป แต่โดยดี

แผ่นดินนี้ ประชาชน มันล้นทุกข์


โอกาสของ คนกล้าเก่ง เร่งมือหน่อย

เมืองหลวง จะล่องลอย ปล่อยทะเลบุก

ช่วยกวาดกว้าน การเมือง หมกซอกซุก

เพื่อปลดเปลื้อง กลียุค ทุกข์แผ่นดิน













วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เจ้าพระยา ยังไม่เหยียบฝั่ง




     สงครามน้ำ สามทัพ โหมขับเคี่ยว

     น้ำเหนือเชี่ยว เกรี้ยวกราด ลาดลงใต้

     ข้ามเขื่อนขวาง พนังกั้น พังบรรลัย

     แยกคูคลอง หนองใหญ่ ไหลยาตรา


     ปิงวัง ทั้งยมน่าน ไหลบรรจบ

     เมืองสี่แคว แทบสลบ พบน้ำบ่า

     ศึกนี้มัน ไม่เข้า เจ้าพระยา

     ทัพฝนห่า น้ำท่าโหม จมบาดาล


     กรุงศรี อยุธยา อาเพศหนัก

     ปรางค์ธาตุ เจดีย์หัก ยากจักต้าน

     ป่าสัก แผ่ศักดา กระแสธาร

     ปิดวัดบ้าน เวียงวัง น้ำขังล้อม


     ปริมณฑล เมืองนนท์ฯ คนยามเฝ้า

     แม่น้ำเจ้า พระยา ยังแห่ห้อม

     เขื่อนอิฐคัน ทรายดิน แทบยินยอม

     ทัพทะเล หนุนพร้อม ต้องยอมแพ้


     ทุกสนาม สับประยุทธ์ มนุษย์กับน้ำ

     มวลชลกำ ชัยชนะ มนุษย์แน่

     มนุษย์หนึ่ง ซึ่งห่วง ล้นดวงแด

     คอยเหลียวแล ซับน้ำตา คือราชัน

    

    

    

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สงคราม คนกับน้ำ





  




คนไม่เคย ชนะน้ำ ทุกสนามรบ
ต้องสยบ เคารพและ ยอมแพ้พ่าย 
     กี่นาไร่ แหลกล่ม ล้มละลาย
     กี่ชีวิต วอดวาย สังเวยน้ำ

     กลางสมร ชลยุทธ์ มนุษยโลก
     เผชิญโชค โศกเศร้า เช้ายันค่ำ
     กลืนน้ำตา ต่างข้าว กี่คราวคำ
     รัฐบาล ใจด้านดำ พูดกำกวม

     อย่าโทษห่า ฟ้าฝน คนพ่นพิษ
     สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฤาขับไล่ ภัยน้ำท่วม
     เกิดแต่ กรรม น้ำมือ ถือบาป รวม
     สวมตอร่วม ขายแผ่นดิน กินน้ำมัน

     น้ำท่วมทุกข์ ท่วมบ้าน ร้านตลาด
     ล้างอุบาทว์ อาเพศ ทั่วเขตขัณฑ์
     อรุณรุ่ง พรุ่งนี้ มีตะวัน
     มาร่วมด้วย ช่วยกัน ปลอบขวัญไทย


    


    

    

    

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รัฐประหาร เผด็จการ











รัฐประหาร
     เผด็จการ รัฐสภา ดาหน้าสู้
     " นิติทาส " อริราษฎร์ เบี่ยงตราชู 
   " คณะชน " ซ้ายสุดกู่ ผู้หมิ่นแคลน

     น้ำท่วมไทย ท่วมทุกข์ ทุกหย่อมย่าน
     รัฐบาล มิอาจแก้ กลับแห่แหน
     พิสูจน์กึ๋น หรือ กร๊วก พวกผู้แทน ฯ
     เหลือแต่คน ข้นแค้น เกี่ยวแขนกัน

     น้ำท่วมไทย ล้างไทย ให้สะอาด
     กวาดอุบาทว์ อาเพศ ทั่วเขตขัณฑ์
     เผด็จการ รัฐธรรมนูญ สิ้นสูญพันธุ์ 
     หลักปกครองโดยทรงธรรม์ ลั่นแผ่นดิน
  
     ซ้ำรอยเหตุ เผด็จการ ประหารรัฐ
     ประจักษ์ชัด ประหัตชาติ แทบขาดวิ่น
     รัฐประหาร ผิดแนว แล้วหากิน
 เผด็จการ ไม่สิ้น แผ่นดินไทย 



    
    

    

    


    






    

    

    


      

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

นิติทาส



อุตริ นิติทาส
สิบังอาจ วาดชี้นำ
ทำศาสตร์ ให้ขาดธรรม
เพื่อบำเน็จ เผด็จการ


ใฝ่ต่ำ และ จาบจ้วง
ล้างผลพวง รัฐประหาร
นิรโทษ โปรดสัตว์มาร
กระสันงาบ ทรัพย์ลาภยศ


นิติ ทาสควายถึก
อวดรู้ลึก อ้างตัวบท
เลศลับ อ้ปยศ
ก่อกบถ โดยกฎหมาย


เนรคุณ ทุนหลวงเรียน
สะอิดสะเอียน อวยมูลนาย
คณะ ราษฎร์ฝ่ายซ้าย
ร้ายต่อจ้าว เข้าแต่โจร


โซ่ตรวน ติดข้อเท้า
ทาสนิติ ติดหัวโขน
งับเนื้อ เขาเงื้อโยน
คลุกเขรอะโคลน ขายตนเอง




    

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

นิติราษฎร์ ?







" นิติราษฏร์ " ง้างงัด รัฐประหาร
ล้มกระดาน ล้างคดี ที่ปรากฎ
เสกสัมภเวสี ที่ทรยศ
แสร้งสร้างกฎ ยุติธรรม เพื่ออำพราง

เผด็จการ รัฐธรรมนูญ รัฐสภา
เรียกหา รัฐประหาร อยู่ห่างห่าง
" นิติราษฎร์ " เรี่ยราด ลาดปูทาง
คนหนีคุก รอดตะราง ช่างอัปรีย์
เนติ บริกร ซ่อนเป้าหมาย
ทำลาย ประชาธิปไตย ให้ป่นปี้
นิติทาส ขาดหลักการ อันพึงมี
หลักปกครอง ที่ดี มีธรรมนำ

รัฐธรรมนูญ ทุกฉบับ ทับวิกฤต
คือผลผลิต เผด็จการ วันยังค่ำ
หากไร้ หลักปกครอง ต้องเป็นธรรม
ก็เหยียบย่ำ หายนะ กาลนาน
ระบอบประชาธิปไตย ใช่เลือกตั้ง
ระบบรัฐ สภารั้ง รัฐประหาร
รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย ใช่หลักการ
ธรรมาภิบาล บอกระบอบ ประชาธิปไตย
"นิติราษฎร์ " วิปลาส วิปริต
ตลบตะแลงบิด ผิดเงื่อนไข
เลือกตัดตอน ตัดคดี ชี้เลศนัย
นิติรัฐ บรรลัย ในฉับพลัน

" นิติราษฎร์ " ประหัต รัฐประหาร
พฤติการณ์ ส่อเจตนา น่าเหยียดหยัน
อุตริ นิติลัด ตระบัดธรรม์
บาปตรา สถาบัน ศาสตร์ไร้ธรรม .